Friday, November 6, 2015

พุทธศาสนา…เป็นศาสนาประจำชาติอิตาลี...แล้วครับ (รายงานจากสยาม)

พุทธศาสนา…เป็นศาสนาประจำชาติอิตาลี...แล้วครับ (รายงานจากสยาม)


ที่มา : ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.siamrath.co.th/Education.asp?ReviewID=89725

http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=buddhiststudies&id=61

ราวสิบกว่าปีมาแล้ว สื่อมวลชนในยุโรปได้แถลงกันยกใหญ่ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่จะเติบโตเร็วที่สุดในสมัยศตวรรษที่ 21 เพราะเห็นว่ากระแสผู้นับถือเติบโตเร็วมากทั้งในทวีปยุโรป, ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ ไม่ว่าฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, อังกฤษ, สเปน, ออสเตรเลีย ฯลฯ วัดวาอารามผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการนำพระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศฝรั่งเหล่านี้แต่ไหน แต่ไรมาส่วนมากแล้วนับถือศาสนาคริสต์มาก่อน และกระแสชาวคริสต์หันมานับถือพระพุทธศาสนานี้ก็ก่อตัวอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19

ประเทศยุโรปบางแห่ง เช่น อิตาลีได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ยกพระพุทธศาสนาให้เป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญของชาติ ไม่ต่างอะไรกับศาสนาคริสต์ 


สมเด็จพระสันตปาปา จอห์น ปอล ที่สองซึ่งเป็นประมุขของคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก

ทรงมองเห็นกระแสดังกล่าว ครั้งได้ประทานสัมภาษณ์แก่วิตโดริโอ เมสซุรี่ นักเขียนและนักสื่อมวลชนที่มีชื่อของอิตาลี เมื่อ ค.ศ. 2536 อันเป็นช่วงที่มีการเฉลิมฉลองครบ 15 นับแต่ที่พระองค์ได้ ทรงรับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสันตปาปา จึงทรงตั้งพระทัยวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาพระพุทธศาสนาอย่างตรงๆ ต่อมาบทประทานสัมภาษณ์ซึ่งมีหลายตอนนี้มาพิมพ์รวมเล่มในรูปหนังสือชื่อ Crossing the Threshhold of Hope (London, Jonathan Cape, 1994) มีทั้งหมด 244 หน้า (รวมดรรชนีคำศัพท์)

ตอนที่ทรงวิพากษ์วิจารณ์คำสอนพระพุทธเจ้า (ซึ่งทรงเข้าพระทัยผิดๆ อยู่มาก) อยู่ในบทที่ 12 มีทั้งหมด 7 หน้า (ตั้งแต่หน้า 84-90) 

สาเหตุที่ทรงวิจารณ์พระพุทธศาสนา มีกล่าวชัดในบทประทานสัมภาษณ์ กล่าวคือทรงต้อง การเตือนสติชาวคริสต์ทำนองว่าไม่ควรด่วนเข้าไปนับถือคำสอนพระพุทธศาสนา แต่ควรใช้วิจารณญาณ (For this reason, it is not inappropriate to caution those Christians who enthusiastically welcome certain ideas originating in the religious traditions of the Far East, pp.89-90) ที่เป็นดังนี้ เพราะกระแสคนหันมานับถือพระพุทธศาสนา และช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างแข็งขันในยุโรป ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักเป็นชาวคริสต์มาก่อน หลายคนเคยเป็นบาทหลวงระดับสูง ต่อมาก็มีฝรั่งนักวิชาการชาวพุทธหลายคนทั้งพระ ทั้งฆราวาส ซึ่งเคยเป็นชาวคริสต์มาก่อน ได้เขียนตอบโต้พระองค์ลงวารสารต่างๆ มากมาย ที่โดดเด่นก็ คือ กลุ่มพระสงฆ์ชาวอิตาเลี่ยนในอิตาลี นำโดย พระฐานวโร ได้เข้าเฝ้าเพื่อทูลชี้แจงให้สมเด็จพระสันตปาปาทรงทราบด้วยซ้ำว่าทรงอธิบาย พระพุทธศาสนาผิดๆ 


ยุโรปตอนนี้จึงเหมือนอินเดียครั้งพุทธกาล ศาสนาเดิมที่ผู้คนนับถือคือศาสนาพราหมณ์ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาก็มีผู้เคยนับถือศาสนาพราหมณ์มานับถือ และขวนขวายเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่ 

ที่จริงแล้ว พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงเดือดเนื้อร้อนพระทัยว่าใครจะหันมานับถือศาสนาของ พระองค์หรือไม่ ทรงสอนให้ผู้ฟังเทศน์ของพระองค์รู้จักไตร่ตรองหาเหตุผลให้รอบคอบก่อนถึงจะ เชื่อ หลายคนที่หันมานับถือคำสอนของพระองค์เคยให้ความอุปถัมภ์ศาสนาอื่นมาก่อนก็มี พระองค์ก็ทรงแนะให้คนเหล่านี้กลับไปคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ มิหนำซ้ำพระองค์ยังคงแนะให้บรรดาผู้หันมานับถือพระพุทธศาสนาเหล่านี้ยังคง อุปถัมภ์บำรุงศาสนาอื่นๆ ที่ตนเคยนับถือตามปกติไปด้วย

แต่เดิม ศาสนาคริสต์ถูกลัทธิมาร์กซ์โจมตีอย่างรุนแรงมาร์กซ์ได้ประณามศาสนาว่า คือยาเสพติด เพราะสอนให้ประชาชนศรัทธาแบบหัวปักหัวปำโดยไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรอง หลายอย่างขัดแย้งหลักวิทยาศาสตร์ เช่น โลกแบน, โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ฯลฯ นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบความจริงใหม่ ๆ หลายคนถูกศาสนจักรลงโทษจนตายในคุก แต่เมื่อพระพุทธศาสนาเข้าสู่ยุโรป พระพุทธศาสนาได้สอนให้ปัญญาชนชาวยุโรปได้เข้าใจความหมายของ Religion เสียใหม่ว่า ศาสนาของพระพุทธเจ้าคือคำสอน ซึ่งทรงสอนให้ผู้ฟังใช้ปัญญาพิจารณาอย่างถ่องแท้ก่อนจะปลงใจเชื่อ ไม่ใช่เทวโองการ (Gospel)จากพระเจ้าซึ่งแย้งไม่ได้ พระสงฆ์หรือพุทธสาวกก็มิใช่มิชชันนารี ซึ่งมีภารกิจหลักคือจาริกไปชี้ชวนให้ใครต่อใครมานับถือพระศาสนา พระสงฆ์หรือพุทธสาวกมีหน้าที่เพียงอธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ คนที่สนใจฟังเท่านั้น ใครไม่สนใจฟัง ชาวพุทธก็ไม่เคยใช้กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญบังคับให้นับถือ ไม่เคยตั้งกองทุนให้การศึกษาฟรี แล้วสร้างเงื่อนไขให้ผู้รับทุนเปลี่ยนมาเป็นชาวพุทธ ไม่เคยสร้างที่พักอาศัยให้หรือแจกทานให้อาหารฟรีๆ แล้ววางเงื่อนไขให้คนมาขออาศัยตนต้องหันมานับถือศาสนาในภาวะจำยอม ขณะที่ศาสนาคริสต์ต้องใช้ความพยายาม อย่างหนักเพื่อดึงศรัทธาชาวยุโรปให้นับถือเหมือนเดิม ในเวลาเดียวกัน ก็พยายามแสวงหาผู้นับถือใหม่ๆ ในประเทศเอเชียให้มากยิ่งขึ้น การเผยแพร่หนังสือ "พลังชีวิต" ซึ่งจัดพิมพ์โดยมูลนิธิอาร์เธอร์ เอส เดอมอส ในประเทศไทยคือหนึ่งในความพยายามดังกล่าวนี้ ความใจกว้างและมีหลักคำสอนที่เป็นสัจธรรม เชิญชวนให้มาพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติเองและเน้นให้ใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนนับถือ ทำให้พระพุทธศาสนาได้รับการยอมรับจากวิญญูชนไปทั่วโลก นักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ดัง ๆ ระดับโลกจำนวนมาก เช่น โซเพน ฮาวเออร์, ไอน์สไตน์ ต่างหันมานับถือพระพุทธศาสนา นับแต่พระพุทธศาสนาเข้ายุโรปสมัยศตวรรษที่ 19 ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงสถิติว่าคนยุโรปและอเมริกาชาติต่าง ๆ หันมาเข้าวัดในพระพุทธศาสนามากขึ้นบ้าง ประกาศตนเป็นพุทธมามกะมากขึ้นบ้าง สถานปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งรวมทั้งวัดวาอารามเพิ่มขึ้นที่นั่นที่ นี่ประจำบ้าง เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาอีกว่า ดาราฮอลลี้วูดอังกฤษ ชื่อ ออร์นันโด บลูม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้แสดงนำในหนังเรื่อง The Lord of the Rings ได้ทำพิธีประกาศตนเป็นพุทธมามกะต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อย แล้ว ระหว่างทหารอเมริกันพยายามไล่บี้ทหารอิรักอย่างเมามันตามคำสั่งของ ประธานาธิบดีบุชไม่นานมานี้ ทหารอเมริกันคนหนึ่งนามว่า เจเรมี่ ฮินซ์แมน วัย 26 ปี ได้ตัดสินใจหนีทัพอเมริกาในอิรักไปปักหลักลี้ภัยในแคนาดา เขาให้เหตุผลว่าสงครามที่อเมริกาทำกับชาวอิรักเป็นสงครามผิดกฎหมาย ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเขาเป็นชาวพุทธที่สนใจปฏิบัติธรรมคนหนึ่ง เขาให้สัมภาษณ์ว่าคำสอนพระพุทธศาสนาสอนให้เขาไม่อยากทำสงคราม เขาตั้งปฏิญาณว่าจะรับใช้ชาติหรือพิทักษ์ชาติจากการรุกรานของข้าศึกศัตรู แต่มิใช่ไปทำสงครามแบบก้าวร้าวต่อชาติอื่นดังที่ทหารอเมริกันกำลังทำอยู่ใน อิรักเวลานี้

ผมได้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ Lanka Daily News ในลังกาตั้งแต่ 23 ต.ค. ที่แล้วว่าปัจจุบันพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในแคนาดา ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างที่สุดในอเมริกาเหนือ พระพุทธศาสนาเข้าแคนาดาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และมาบูมขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2503-2513 (1960s) เป็นต้นมา ช่วงนั้นมีการสำรวจพบว่าวัดชาวพุทธมีแค่ 18 วัด มีชาวแคนาดาปฏิบัติธรรมราวๆ 10,000 คน แต่เมื่อสำรวจผู้นับถือพระพุทธศาสนาอีกครั้งในพ.ศ. 2528 ชาวพุทธมีเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คน หกปีหลังจากนั้นคือพ.ศ. 2534 รัฐบาลสำรวจคร่าวๆ อีกครั้งพบว่าผู้ประกาศตนเป็นพุทธมามกะมีเพิ่มเป็น
163,415 คน รัฐมาสำรวจครั้งล่าสุดอีกครั้ง เมื่อพ.ศ. 2544 พบว่าพุทธมามกะแท้ ๆ มีไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน แซงหน้าจำนวนผู้นับถือศาสนาฮินดูและศาสนาซิกข์ ซึ่งเคยตามหลัง จำนวนผู้นับถือยังเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ทุกปี

ผลสำรวจยังบอกว่าวัด, สถานที่ปฏิบัติธรรม หรือศูนย์กลางของชาวพุทธในแคนาดาตอนนี้มีเกือบๆ จะถึงหนึ่งพันแห่งทั่วประเทศ เมืองที่มีชาวพุทธมากที่สุดคือ ออนตาริโอ, บริติชโคลัมเบีย และควิเบก ข่าวยังลงด้วยว่าแม้จำนวนคนนับถือจะยังอยู่เรือนแสน แต่จำนวนผู้แสดงความสนใจและเริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาบ้างแล้วมีหลายล้านคนทั่ว ประเทศ

เมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา โฆษกประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กระพือข่าวว่า
องค์ทะไลลามะจะได้รับอนุญาตให้เข้ารัสเซีย หลังจากถูกแบนเพราะเกรงจะกระทบความสัมพันธ์กับจีน หลังจากรัสเซียเซ็นสัญญามิตรภาพกับจีน เมื่อ พ.ศ. 2544 แต่ชาวรัสเซียก็แสดงจุดยืนชัดเจน
ว่าองค์ทะไลลามะจะมาเยือนด้วยภารกิจศาสนา เมื่อกระแสประชาชนเรียกร้องหนักขึ้น รัสเซียก็ยอมอนุญาตให้ท่านเข้ารัสเซียแต่โดยดี ปลาย พ.ย.ที่ผ่านมา ท่านทะไลลามะจึงมีโอกาสแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัทและประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ที่เมืองกัลมิเกีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกประมาณหนึ่งพันไมล์
ชาวรัสเซียหลายคนในเมืองนี้มีบรรพบุรุษเป็นชาวมองโกลซึ่งอพยพจากทางตะวันตก ของจีนเข้าสู่รัสเซียเมื่อราว 4 ร้อยกว่าปีมาแล้ว พระพุทธศาสนาที่นำเข้ามาจึงเป็น พระพุทธศาสนาแบบทิเบต ผลปรากฏว่า มีชาวพุทธและผู้สนใจทั่วๆ ไปชาวรัสเซียแห่กันมาฟังธรรมล้นหลามเป็นจำนวนหลายพันคน
ผู้สื่อข่าวรายงานลงใน Ireland Online ว่าจากจำนวนประชากรของเมืองนี้ ทั้งหมดราว 3 แสนคน ประมาณครึ่งหนึ่งนับถือพระพุทธศาสนา รัสเซียมีประชากรราว 144 ล้านคน ในจำนวนนี้มีราว 1 ล้านคน ที่ประกาศตนเป็นพุทธมามกะ

ผมดูภาพรวมพระพุทธศาสนาจากข่าวสารต่างๆ แล้วก็รู้สึกได้ว่าวัฒนธรรมแบบพุทธกำลังเติบโตและเบ่งบานในหลาย ๆ ประเทศของทวีปยุโรป, ออสเตรเลีย และอเมริกาบางแห่ง เช่น รัสเซียแม้จะเติบโตช้า แต่ปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ก็เริ่มมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผมคิดว่าปัญญาชนในประเทศทุนนิยมทั่วโลกเวลานี้คงเอือมระอากับ "ทุนนิยมเสรี" หรืออีกชื่อหนึ่งว่า กระแสโลกาภิวัตน์กันไม่น้อยและก็คงเห็นชัดเจนแล้วว่ามีแต่ศาสนาเท่านั้นที่ จะช่วยเปลี่ยนให้มนุษย์มีความเป็นผู้เป็นคน(ใจสูง) มากขึ้น ท่ามกลางกระแสสังคมที่มีแต่นายทุนจอมตะกละตะกรามแสวงหากำไรสูงสุดอยู่ทุก แห่ง ดังนั้น จึงเริ่มผ่อนปรนให้ผู้นำศาสนาทำงานได้สะดวกขึ้น


ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนลุย "ประชาชน จะชนะแก็งค์เผด็จการได้อย่างไร?" https://youtu.be/QzmLBmIqyHw

ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนลุย "ประชาชน จะชนะแก็งค์เผด็จการได้อย่างไร?" 

https://youtu.be/QzmLBmIqyHw

 

Download

...เริ่มสงสัยทักษิณ !...

...เริ่มสงสัยทักษิณ !...

กระทู้คำถาม


ผมเริ่มเชื่อโดยไม่มีเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนว่าอดีตนายกฯทักษิณได้ทำการโกงชาติ ขายชาติ ทำลายชาติไปแล้วจริงๆ..เชื่ออย่างนั้น

ผมเองก็เป็นคนรักชาติอยู่บ้างเหมือนกัน แม้จะรักไม่เท่าสลิ่มนกหวีด หรือพวกท่านๆทั้งหลายรก็ตามที่รักชาติจนลิ้นห้อย  แต่ก็ถือว่ารักก็แล้ว กัน  ฉะนั้นจึงไม่อยากให้ใครก็ตามมาทำลายชาติที่ผมอยู่อาศัย ..เพราะกลัวไม่มีที่อยู่

แต่คงเพราะทักษิณโกงชาติ ทำลายชาติ ขายชาติได้แนบเนียนจริงๆ  จนผมไม่รู้สึกเลยว่าเขาทำอย่างนั้น กลับรู้สึกว่าเขาทำให้ชาติเจริญ พัฒนาขึ้นยิ่งกว่าไอ้พวกที่บอกว่ารักชาติจนน้ำลายฟูมปากเหล่านั้นหลายสิบ เท่า

ผมจะยอมปูผ้ากราบ และถวายตัวเป็นสาวก  พร้อมร่วมกินหญ้าและฟางเคียงบ่าเคียงไหล่ ถ้าบอกผมได้ว่าทักษิณมันโกงชาติ ..ขายชาติอย่างไร ?


ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินใช้หนี้ IMF จำนวนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาทได้ก่อนกำหนด! ทักษิณโกงยังไงหนอ แล้วเงินจำนวนนี้เขาไปได้มาจากไหนกัน

ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจนเสร็จภายใน 5 ปี ด้วยจำนวนเงินกว่าแสนล้านบาท โกงยังไงกันนี่ โกงแบบโง่ๆหรือเปล่า เอาเงินมาจากไหน

ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินให้กองทุนหมู่บ้านๆละหนึ่งล้านบาท จำนวนกว่าแปดหมื่นล้านบาท โกงชนิดไหน โกงแบบโง่ๆ หน่อมแน้มๆ เอาเงินที่ไหนมา

ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินให้พม่ากู้จำนวนสี่พันล้านบาท เขาโกงประสาอะไรกัน โกงแบบโง่ๆ ปัญญาอ่อนมากที่ทำให้ประเทศที่เคยแต่จะกู้ชาวบ้านเขาเป็นประเทศที่ให้เขากู้ ได้บ้าง

ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินสร้างบ้านเอื้ออาทรให้คนจนอยู่อาศัย ไม่รู้จำนวนเงินเป็นตัวเลขเท่าใด เอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนี้ โกงอย่างไรทำให้คนจนมีที่อยู่อาศัย แนบเนียนมาก

ทักษิณโกงอย่างไร…ทักษิณโกงอย่างไร ถึงมีเงินส่งนักเรียนไปเรียนต่างประเทศ ในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน โกงบ้าๆ โกงแบบไม่มีตำรา ทำให้เด็กบ้านนอกมีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ

ทักษิณโกงอย่างไร…ถึงมีเงินจ่ายในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยจำนวนเงินหลายพันล้านบาท โกงแบบไหนทำให้คนจนมีโอกาสเข้าถึงโรงพยาบาล เข้าถึงหมอ  


ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ผมถือว่าทักษิณโกงทั้งหมด  แต่ไม่รู้ว่าโกงอย่างไร ทำไมคนถูกโกงถึงรู้สึกว่าเป็นการช่วยเหลือ..แถมยังพูดอีกว่าเขาคือนายกฯที่ ดีที่สุดที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเคยมีมาเสียด้วย

ผมเริ่มสงสัยทักษิณ..และพฤติกรรมของเขา เอาเงินมาจากไหนมากมายมากระทำการเหล่านี้ได้ เพราะตอนนั้นเงินในประเทศแถบไม่เหลือเลยมิใช่หรือ ..แล้วทะลึ่งเอาเงินมาจากไหน

สงสัยจริงๆ ไปโกงใครมาหรือเปล่า  ..ไปโกงใครมา !!!

91
สมาชิกหมายเลข 2627969
วันพุธ เวลา 16:13 น.

Thursday, November 5, 2015

ไล่จัดการคนอื่น ..ดาบ 112 ก็กลับมาคืนสนอง สมุน คสช. ซะเอง

พลเอกประยุทธ์ปัดบอกปมนายทหารกองทัพบกติดแหเอี่ยวคดีม.112 ,ทั้งนี้มีกระแสข่าวมีนายทหารระดับสูงทั้งแต่ยศตั้งแต่พลเอกค่อนกองทัพ พลโท พลตรี ไล่ลงมาถึงนายทหารเด็กๆที่ล้วนได้ดิบได้ดีเพราะพลเอกประยุทธ์หยิบยื่นตำแหน่งให้ ถึงจะพลเอกลูกน้องสนิทของตนติดกลุ่มไปหาความร่ำรวย ยกตัวอย่าง พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์พัวพันอยู่ในขั้นการโกงหลายโครงการ รวมไปถึงลูกน้องเลิฟของพลเอกประวิทย์ อย่างพลเอกพิสิทธิ สิทธิสารที่เป็นนายหัวโจกหาเงินให้บิ๊กป้อม โดยเป็นคนเก็บค่าบำรุงตำแหน่งของหน่วยต่างๆส่งพลเอกประวิตร ( ถ้าประวิตรไม่ยอมรับจะแฉชื่อหน่วยส่งส่วย) พลเอกประยุทธ์คิดว่าการสอบสวนคงไปไม่ถึงไหนตัวเขาและพลเอกประวิตร เพราะยุคนี้เป็นยุคทหารของตนขอกินบ้าง
ก็ขอให้คนเข้าใจ ทหารเสี่ยงภัยมามากแล้ว ก็ต้องมีรางวัลตนเชื่อว่า ได้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เป็นผู้บัญชาการทหารบก คงไม่ปล่อยให้นายพลคนไหนถูกนำตัวไปดำเนินคดี พวกเขามีเงินมากมายแล้วก็ต้องหนีไปในที่ปลอดภัย" พลเอกประยุทธ์ไม่ได้กล่าว,แมร่งพวกนักข่าวพูดกันไป http://203.113.26.210/?v0.42t1 ส่วนรายชื่อนายพลเอกที่เข้าไปมีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการแอบอ้างสถาบันหาผลประโยชน์มีดังนี้ 
พลเอกประยุทธ์ปัดบอกปมทหารเอี่ยวคดีม.112 ,ทั้งที่มีนายทหารระดับสูงทั้งแต่ยศตั้งแต่พลเอกค่อนกองทัพ พลโท พลตรี ไล่ลงมาถึงนายทหารเด็กๆ ล้วนได้ดิบได้ดีเพราะตนให้ตำแหน่ง แม้จะมีพลเอกพลพล มณีรินทร์ พลเอกยศนันท์ หร่ายเจริญ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์พัวพันอยู่ในขั้นการโกงหลายโครงการ รวมไปถึงลูกน้องเลิฟของพลเอกประวิทย์ มีนายทหารหลายรุ่นเป็นหัวโจก ตนคิดว่าการสอบสวนคงไปไม่ถึงไหน เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ทหารขอกินบ้าง
ก็ขอให้คนเข้าใจ ทหารเสี่ยงภัยมามากแล้ว ก็ต้องมีรางวัลตนเชื่อว่า ได้พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เป็นผู้บัญชาการทหารบก คงไม่ปล่อยให้นายพลคนไหนถูกนำตัวไปดำเนินคดี พวกเขามีเงินมากมายแล้วก็ต้องหนีไปในที่ปลอดภัย" พลเอกประยุทธ์ไม่ได้กล่าว,แมร่งพวกนักข่าวพูดกันไป รายชื่อพอรวบรวมได้ รายชื่อนายพลเกี่ยวข้องการแอบอ้างเบื้องสูงหาผลประโยชน์ใน 3 โครงการ.                             1 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผ่านอมินี)2 พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ (ผ่านนอมินี)3 พลเอกอุดมเดช สีตะบุตร (ผ่านผู้ใต้บังคับบัญชา)4พลเอกปรีชา จันทร์โอชา (ให้ความร่วมมือ)5 พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา (ผ่านบริษัทกันตะนา)6พลเอกสุรวัชร บุตรวงศ์ (ผ่านทีมผู้บริหารช่อง 5) และส่วนใหญเป็นนายทหารคนสนิทของพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิทย์และพลเอกอุดมเดช เช่น พลเอกตฤณ กาญจนานันท์ พลเอกอภิชาติ มีสมมนต์ พลเอกสุชาติ ผ่องพุฒิ ประสูตร รัศมีแพทย์ พลเอกพิสิทธ์ สิทธิสาร พลเอกยศนันท์ หร่ายเจริญ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์  พลเอกพอพล มณีรินทร์ http://203.113.26.210/?v0.42t1

Monday, November 2, 2015

พบกองทัพคู่ค้าใหญ่รถดับเพลิง-เรือยนต์ บ.เชสฯ 1.3 พันล.-ยุค“บิ๊กตู่”อื้อ 800 ล.

พบกองทัพคู่ค้าใหญ่รถดับเพลิง-เรือยนต์ บ.เชสฯ 1.3 พันล.-ยุค“บิ๊กตู่”อื้อ 800 ล.

 http://isranews.org/investigative/invest-slide/item/36096-inves_36096.html#.VjbvKVT4BGs.facebook




พบกองทัพคู่ค้าใหญ่รถดับเพลิง-เรือยนต์ บ.เชสฯ 1.3 พันล.-ยุค“บิ๊กตู่”อื้อ 800 ล.









เขียนวันที่
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2558 เวลา 20:00 น.
เขียนโดย
isranews
เปิด
ข้อมูลลึก จัดซื้อรถดับเพลิง-เรือยนต์ กองทัพบก บ.เชส
เอ็นเตอร์ไพรส์ฯขาใหญ่จริงฟันรายเดียว 3 ยุค บิ๊กบัง-บิ๊กป๊อก-บิ๊กตู่ 40
โครงการรวด 1.3 พันล้าน “ประยุทธ์”มากสุด 33 ครั้ง 783 ล้าน 



prweff





กรณีในช่วงปี 2556-2557
กองทัพบก โดยกรมการขนส่งทหารบก ได้ทำสัญญาจัดซื้อเรือท้องแบน จำนวน 42 ลำ
วงเงิน 39,794,370 บาท เมื่อ 8 ก.ย.57 จัดซื้อ
รถดับเพลิงอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 1 คัน วงเงิน 29,521,300 บาท เมื่อ 30
ก.ย.57 และจัดซื้อ ซื้อรถดับเพลิงชนิดใช้สารเคมี จำนวน 3 คัน วงเงิน
32,856,000 บาท เมื่อ 27 ก.ย.56 จากบริษัท เชส เอ็นเตอร์ไพรส์ (สยาม) จำกัด
ทั้ง 3 รายการ รวมวงเงินกว่า 101.8 ล้านบาท โดยมี บริษัท วีม่า (ไทยแลนด์)
จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายร่วมเสนอราคาเพียงรายเดียว



(อ่านประกอบ:ยุคบิ๊กตู่!ซื้อรถดับเพลิง ทบ. 33 ล้าน -กลุ่มเดียวแข่งกันเอง ห่างกัน 14,100 บาท)


ล่าสุดสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org
ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่าในช่วงปี 2547-2554
หน่วยงานของกองทัพบกได้ทำสัญญาจัดซื้อรถดับเพลิง เรือยนต์ เรือท้องแบน
เครื่องแต่งกายชุดดับเพลิง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากเอกชนรายดังกล่าวถึง
42 โครงการ รวมวงเงิน 1,379.7 ล้านบาท (ไม่รวม 3 โครงการปี 56-57)
จำแนกเป็น



กรมพลาธิการทหารบก ซื้อเครื่องแต่งกายชุดดับเพลิง 260 ชุด 13,156,000 บาท เมื่อ 9 เม.ย. 47


กองพลทหารราบที่ 9 รถยนต์ดับเพลิงอากาศยาน 1 คัน 9,985,000 บาท เมื่อ 16 ส.ค. 49


กรมการขนส่งททหารบก ในช่วงปี 2550-2554 จำนวน 40 ครั้ง วงเงิน 1,356,583,254 บาท แบ่งเป็น


ช่วงปี 2550 (ยุค พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.) 2 ครั้ง 95,910,000 บาท
ช่วงปี 2551-2553 (ยุค พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) 5 ครั้ง 477,212,254 บาท
ช่วง 1 ต.ค.53-57 (ยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) 33 ครั้ง 783,461,000 บาท (ดูตาราง)


การจัดซื้อลอตใหญ่สุดเกิดขึ้น
คือกรณ จัดซื้อ รถดับเพลิงชนิดใช้น้ำขนาด4,000ลิตรแบบที่ 2 (อีซูซุ) จำนวน
41 คัน วงเงิน 286,565,400 บาท 10 ก.ค. 52 และ
จัดซื้อรถยนต์บรรทุกพร้อมชุดเครื่องสูบน้ำดับเพลิง วงเงิน 95,630,000 บาท
เมื่อ 27 พ.ค. 54



จัดซื้อในช่วงปี 2556-2557
เป็นการจัดซื้อโดยประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีผู้เสนอราคา
เพียง 2 ราย
แต่การจัดซื้อก่อนหน้านี้ไม่มีข้อมูลว่าจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีใด



อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ 20
ม.ค.58 ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการจัดซื้อรถดับเพลิงของกองทัพบกกรณีซื้อเรือท้องแบน
จำนวน 42 ลำ วงเงิน 39,794,370 บาท เมื่อ 8 ก.ย.57 และ
รถดับเพลิงอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 1 คัน วงเงิน 29,521,300 บาท เมื่อ 30
ก.ย.57 ที่พบเงื่อนงำว่าอาจไม่โปร่งใส แต่นายกฯ
มิได้ตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวแต่ให้ไปแจ้งความ



อ่านประกอบ:


 #เชิญชวนติดตามข่าวสารสำนักข่าวอิศรา ได้ด้วยการกด "Like" ที่ แฟนเพจ "I love isranews"
อ่านประกอบ:

สาวลึก“รถดับเพลิง-เรือ”กองทัพ 69 ล้าน “ยกโขยง”ซื้อซอง แต่ไม่แข่งเคาะราคา

 “รถดับเพลิง”ลาม“กองทัพ”จัดซื้อ 69 ล้าน บริษัทเดียวกับ ปภ.-“หน้าเดิม”คู่เทียบ


บริษัท เชส เอ็นเตอร์ไพรส์(สยาม)จำกัด เป็นคู่สัญญากับกองทัพบก
รายการ    วงเงิน (บาท) วันทำสัญญา หน่วยงาน
1.ซื้อเครื่องแต่งกายชุดดับเพลิง 260 ชุด 13,156,000 9 เม.ย. 47 กรมพลาธิการทหารบก
2.รถยนต์ดับเพลิงอากาศยาน 1 คัน 9,985,000 16 ส.ค. 49 กองพลทหารราบที่ 9
3.ซื้อรถดับเพลิงชนิดใช้สารเคมีประกอบสำเร็จรูป 52,320,000 20 ก.ค. 50 กรมการขนส่งทหารบก
4.รถดับเพลิงใช้สารเคมี จำนวน 5 คัน 43,590,000 28 ก.ย. 50 กรมการขนส่งทหารบก
5.รถดับเพลิงใช้สารเคมี ประกอบสำเร็จรูปจากรง.ในปท.สีกากีแกมเขียวมัน ยี่ห้ออีซูซุรุ่นเอฟทีอาร์33เอช2 จำนวน 6 คัน 53,760,000 15 ก.ย. 51 กรมการขนส่งทหารบก
6.รถดับเพลิงชนิดใช้น้ำขนาด4,000ลิตรแบบที่ 2 (อีซุซุ) จำนวน 41 คัน 286,565,400 10 ก.ค. 52 กรมการขนส่งทหารบก
7.รถดับเพลิงชนิดใช้น้ำขนาด4,000ลิตรแบบที่2(สีกากีแกมเขียว)แบบ4x2จำนวน 6 คัน 41,925,000 11 ก.ย. 52 กรมการขนส่งทหารบก
8.รถดับเพลิงชนิดใช้สารเคมี ประกอบสำเร็จรูปแบบ4x2 ยี่ห้อ ISUZU ฯจำนวน 10 คัน 89,770,000 30 ก.ย. 52 กรมการขนส่งทหารบก
9.จ้างซ่อมยานพาหนะ 22 คัน 5,191,854 30 ก.ย. 53 กรมการขนส่งทหารบก
10.รถยนต์ดับเพลิงชนิดใช้สารเคมี ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น FTR34LZL จำนวน 4 คัน 39,900,000 30 ธ.ค. 53 กรมการขนส่งทหารบก
11.รถดับเพลิงขนาด 4,000 ลิตร 5 คัน 37,450,000 30 ธ.ค. 53 กรมการขนส่งทหารบก
12.รถดับเพลิงชนิดหอน้ำพร้อมบันได ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 22 ม. สีกากีแกมเขียวมัน 39,770,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
13.รถยนต์ดับเพลิงอเนกประสงค์ สีกากีแกมเขียวมันยี่ห้อ ISUZU รุ่น FTR34LZLจำนวน 4 คัน 50,550,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
14.รถตู้กู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ยี่ห้อ ISUZU รุ่น RODEOLจำนวน 2 คัน 11,104,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
15.รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พร้อมไฟฟ้าส่องสว่างยี่ห้อ ISUZU รุ่น NMR85H5FH จำนวน 2 คัน 19,856,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
16.รถเครื่องอัดอากาศ ฯยี่ห้อ ISUZU รุ่น FTR34LZLจำนวน 2 คัน 29,870,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
17.เรือท้องแบนพร้อมเครื่อง ฯยี่ห้อ YAMAHA รุ่น E40XMHจำนวน 20 ลำ 16,940,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
18.รถยนต์บรรทุกพร้อมคานยก ฯยี่ห้อ ISUZU รุ่น FTR34LZL2 คัน 10,130,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
19.ยานกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วทางน้ำฯยี่ห้อ SEADOOรุ่น LIMITED 155จำนวน 10 ลำ 20,905,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
20.รถยนต์อำนวยการเคลื่อนที่เร็ว ฯพ่นกันสนิม ยี่ห้อMERCEDES BENZรุ่น SPRINTER524 จำนวน 2 คัน 19,610,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
21.รถดับเพลิงโฟมเคมีขนาดใหญ่ ฯยี่ห้อ VOLVO รุ่น FM 64R B3HS 6X4จำนวน 2 คัน 40,455,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
22.รถยนต์กู้ภัยสารเคมีฯ ยี่ห้อVOLVO รุ่น FM 42 RB3HD 4X2 จำนวน 2 คัน 34,905,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
23.ยานเบาะอากาศ HOVER CRAFT ฯยี่ห้อ Airlift H overcraftจำนวน 4 คัน 38,335,000 31 มี.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
24.ซื้อรถดับเพลิงชนิดหอน้ำพร้อมบันได 39,770,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
25.ซื้อรถยนต์บรรทุกพร้อมชุดเครื่องสูบน้ำดับเพลิง 47,815,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
26.ซื้อรถยนต์ดับเพลิงอเนกประสงค์ 12,637,500 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
27.ซื้อรถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว 5,552,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
28.ซื้อรถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 9,928,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
29.ซื้อรถเครื่องอัดอากาศ 14,935,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
30.ซื้อรถยนต์บรรทุกพร้อมคานยก 5,065,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
31.ซื้อเรือท้องแบนพร้อมเครื่อง 8,470,000 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
32.ซื้อยานกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วทางน้ำ 2,090,500 4 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
33.ซื้อรถดับเพลงชนิดหอน้ำพร้อมบันได 39,770,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
34.ซื้อรถยนต์ดับเพลิงอเนกประสงค์ สีกากีแกมเขียวมัน 12,637,500 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
35.ซื้อรถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว สีกากีแกมเขียวมัน 5,552,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
36.ซื้อรถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พร้อมไฟฟ้าส่องสว่าง 9,928,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
37.ซื้อรถยนต์บรรทุกพร้อมคานยก 1,065,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
38.ซื้อเรือท้องแบนพร้อมเครื่อง สีกากีแกมเขียวมัน 8,470,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
39.ซื้อยานกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วทางน้ำ 2,090,500 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
40.ซื้อรถยนต์บรรทุกพร้อมชุดเครื่องสูบน้ำดับเพลิง 95,630,000 27 พ.ค. 54 กรมการขนส่งทหารบก
41.ซื้อรถยนต์ดับเพลิงชนิดใช้สารเคมี 9,985,000 24 มิ.ย. 54 กรมการขนส่งทหารบก
42.ซื้อเรือท้องแบนพร้อมเครื่อง สีกากีแกมเขียวมัน จำนวน 50 ลำ 42,290,000 2 ก.ย. 54 กรมการขนส่งทหารบก
รวม 1,379,724,254    










Implemented Website  by ColorPack Creations Co., Ltd.